วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วัดพระธาตุผาเงา

วัดพระธาตุผาเงา

อ. เชียงแสน จ. เชียงราย

วัดพระธาตุผาเงา อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนไปตามเส้นทางเชียงแสน-เชียงของ ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามโรงเรียนสบคำ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนหินก้อนใหญ่ วิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหารเดิม บนยอดเขาข้างหลังวัด เป็นที่ตั้งของพระบรมพุทธนิมิตรเจดีย์ที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ

ท่าเรือบั๊ก

ท่าเรือบั๊ก

อ. เชียงของ จ. เชียงราย

ท่าเรือบั๊ก เป็นจุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย-ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ขอเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาวได้ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะข้ามไปฝั่งลาวให้ติดต่อที่ว่าการอำเภอเชียงของ โดยเตรียมรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป และสำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด พร้อมเงินค่าธรรมเนียม 30 บาท (ด่านเปิดทุกวัน เวลา 06.30–18.30 น.) และจากจุดนี้สามารถเดินทางโดยทางเรือไปถึงหลวงพระบาง-เวียงจันทน์ สปป.ลาว และกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคายได้

น้ำตกขุนแจ

น้ำตกขุนแจ

อ. เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติขุนแจ เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามและความโดดเด่น ประกอบด้วยน้ำตก 6 ชั้น บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับตั้งแค็มป์และกางเต็นท์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1 ชั่วโมง เพื่อไปยังน้ำตก
กิจกรรม - แค็มป์ปิ้ง - เที่ยวน้ำตก

พระธาตุดอยเวา

พระธาตุดอยเวา

อ. แม่สาย จ. เชียงราย

พระธาตุดอยเวา ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สาย ก่อนถึงชายแดนแม่สายประมาณ 100 เมตร บนดอยริมฝั่งแม่น้ำแม่สาย ตามประวัติกล่าวว่า พระองค์เวาหรือเว้าผู้ครองนครโยนกนาคพันธุ์ เป็นผู้สร้างเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุองค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ. 364 นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง นอกจากนี้บนดอยเวายังเป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของอำเภอแม่สาย และท่าขึ้เหล็กทางฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน สามารถนำรถขึ้นไปจนถึงพระธาตุได้

อำเภอแม่สาย

อำเภอแม่สาย

อ. แม่สาย จ. เชียงราย

อำเภอแม่สาย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 61 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 เป็นอำเภอเหนือสุดของประเทศไทย ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็กของพม่า โดยมีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดน มีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้งชาวไทยและชาวพม่าเดินทางไปมาหาสู่ค้าขายกันได้โดยเสรี สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปยังท่าขี้เหล็กของพม่า เพื่อซื้อสินค้าพื้นเมืองและสินค้าราคาถูกอื่นๆ เช่น ตะกร้า เครื่องทองเหลือง สบู่พม่า สมุนไพร การข้ามไปท่าขี้เหล็ก นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าเขตประเทศพม่าได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.30-18.30 น. โดยใช้บัตรประชาชน หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ ค่าบริการคนละ 40 บาท สินค้าที่ไม่อนุญาตให้ซื้อเข้ามาได้แก่ สินค้าจากซากสัตว์ป่า บุหรี่ และสุราต่างประเทศ

พิพิธภัณฑ์พระ-ประทีปโกลด์แลนด์


พิพิธภัณฑ์พระ-ประทีปโกลด์แลนด์ ตั้งอยู่ที่ 191 หมู่ 1 ถ.แม่จัน-เชียงแสน ต.จอมสวรรค์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูปโบราณ และพระเครื่องเก่าแก่หลายสมัย อาทิ ในยุคคันธราราษฎร์, ทวาราวดี, เชียงแสน สุโขทัย, อู่ทอง, ลพบุรี, อยุธยา, รัตนโกสินทร์ จำนวนมากกว่า 500 องค์ รวมทั้งมีพระเครื่องชุดเบญจภาคี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. โทร. 0 5365 3038-9

ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง

ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ จัดเป็นหมู่บ้านทางวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นหุบเขา และลำห้วยขุนน้ำแม่จัน มีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ
ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ขี่ช้าง นั่งเกวียน มีการแสดงของช้าง การสาธิตต่าง ๆ เช่น การทำเครื่องเงิน เครื่องจักสาน การทำกระดาษสา การปั่นฝ้ายทอผ้า งานเย็บปักถักร้อยของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ และสาธิตวิธีชงชาตามแบบฉบับของยูนนาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทย ลาว จีน (ตอนใต้) พม่า เวียดนาม และกัมพูชา และมีฆ้องชัยใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 5 เมตร ให้ชมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการที่พักและห้องประชุมสัมนา การแสดงจะมีระหว่างเวลา 11.00 - 12.00 น. และ 14.00 - 15.00 น

อัตราค่าอาหารกลางวันและการแสดง
1. ค่าชมการแสดง + อาหารกลางวัน ท่านละ 200.- บาท ถึง 300.- บาท ( ขึ้นอยู่กับรายการอาหาร )
2. ค่าชมการแสดงกรณีไม่ทานอาหารกลางวัน 150.- บาท / ท่าน
3. เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ราคาท่านละ 100.- บาท

เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

ข้อมูลเพื่อการเดินทางไปลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ตั้งอยู่ จังหวัดเชียงรายกิโลเมตรที่ 12 ของทางหลวงหมายเลข 1089 (แม่จัน - ท่าตอน) ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 36 กิโลเมตร